ส.อ.ท. หนุนผู้ประกอบการชิ้นส่วนไทยพลิกโฉมสู่เครื่องมือแพทย์ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ ตอบโจทย์ Thailand Medical Hub
เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 นายสุพจน์ สุขพิศาล ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ ร่วมเป็นวิทยากรในหัวข้อ “The Great Shift: ปรับทิศทางจากชิ้นส่วนยานยนต์สู่เครื่องมือแพทย์” ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 (NAC2026) จัดโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับสถาบันนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม (สนอ.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ณ อาคารศูนย์ประชุมฯ อาคาร CC (อาคาร 14) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
ภายในงาน ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล นพ.พนัส บิณศิรวาณิช รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และ รศ.ดร.นพ.ภาธร ภรมย์ไชย รองคณบดีฝ่ายวางแผนยุทธศาสตร์และพัฒนาคุณภาพ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น อีกทั้งได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) และ ดร.เจนกฤษณ์ คณาธารณา รองผู้อำนวยการใหญ่ และรักษาการผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม ส.อ.ท. ร่วมกล่าวเปิดงาน
นายสุพจน์ ได้นำเสนอภาพรวมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งปรับตัว โดยการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมชิ้นส่วน (Parts Transformation) ไปสู่การผลิตเครื่องมือแพทย์ ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยยกระดับผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่มีมูลค่าสูง โดยอาศัยองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมเชิงกล (Mechanic) ที่สามารถต่อยอดสู่การผลิตเครื่องมือแพทย์บางประเภทได้
ขณะเดียวกัน เครือข่ายโรงพยาบาลของไทยในปัจจุบันอยู่ระหว่างการขยายและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการด้านสาธารณสุขที่เพิ่มขึ้น และยกระดับโรงพยาบาลภาครัฐสู่มาตรฐานสากล ควบคู่กับการลดต้นทุนและลดการนำเข้าเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศ จึงเห็นว่า การสนับสนุนผู้ประกอบการชิ้นส่วนไทยที่มีศักยภาพให้สามารถต่อยอดสู่การผลิตเครื่องมือแพทย์ เป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยสามารถเริ่มจากอุปกรณ์ประเภทครุภัณฑ์ภายในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นการนำจุดแข็งของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนไทยมาต่อยอดได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ การผลักดันแนวคิดดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริง จำเป็นต้องอาศัย ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและเครือข่ายผู้ให้บริการทางการแพทย์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) และสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศได้อย่างยั่งยืน
